ประวัติบริษัท
บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) เดิมชื่อบริษัท สามารถ อีซี่เปย์ จำกัด ก่อตั้งโดยบริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (”SAMART”) เมื่อปี 2538 ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์หลักในขณะนั้นเพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม ประวัติความเป็นมาที่สำคัญของบริษัทสรุปได้ดังต่อไปนี้
ปี 2540 - ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด ให้เป็นผู้จัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่เพียง ผู้เดียวสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ Hello 1800
- ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ Nokia และ Siemens ในระบบ Hello 1800
ปี 2541 - ได้รับการแต่งตั้งจาก Sagem Communication ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ Sagem แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
- ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนในการให้บริการซ่อมและเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ชำรุดของโทรศัพท์ เคลื่อนที่ Nokia Sony Ericsson และ Siemens อย่างเป็นทางการ
ปี 2544 - ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ Samsung และเป็นผู้แทนจำหน่าย เพียงผู้เดียวในประเทศไทยของ Panasonic
ปี 2545 - เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 50 ล้านบาทเป็น 150 ล้านบาท ในเดือนสิงหาคม 2545 เพื่อสนับสนุน และตอบสนองต่อการขยายตัวทางธุรกิจ
- ได้รับการแต่งตั้งจาก บมจ. ทศท และ บมจ. กสท ในนามของกิจการร่วมค้า ไทย-โมบาย ให้เป็นผู้บริหารช่องทางการจำหน่ายและการจัดการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 1900 MHz ผู้บริหารการให้บริการลูกค้าสัมพันธ์ และจัดทำระบบจัดเก็บเงินของโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 1900 MHz
ปี 2546 - เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นบริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด
- เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2546 บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 150 ล้านบาท เป็น 320 ล้านบาท
- ในเดือนสิงหาคม 2546 บริษัทได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจและโครงสร้างการถือหุ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ Mobile Multimedia แบบครบวงจร
- เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2546 บริษัทได้เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นสามัญจากมูลค่าหุ้นละ 10 บาท เป็นมูลค่าหุ้นละ 1 บาท และเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 110 ล้านบาท เป็น 430 ล้านบาท เพื่อนำหุ้นสามัญที่เพิ่มขึ้นจำนวน 110 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท รวมเป็นเงิน 110 ล้านบาท เสนอขายหุ้นกับประชาชนทั่วไป
- แปรสภาพเป็นบริษัท มหาชน จำกัด เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2546 และหุ้นสามัญของบริษัทได้เข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2546
ปี 2547 - ขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศโดยการจัดตั้ง บริษัท ไอ-โมบาย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เพื่อลงทุนในกิจการจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ พร้อมให้บริการข้อมูล สาระและความบันเทิงผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่และให้บริการสื่อ Interactive Multimedia ในต่างประเทศ โดยขั้นแรกจัดตั้งบริษัทในประเทศมาเลเซีย และกัมพูชา ในไตรมาสที่ 3
และ 4 ของปี 2547
- ร่วมมือกับพันธมิตร ได้แก่ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ในการให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านกีฬาผ่านสื่อ Interactive Multimedia เต็มรูปแบบทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจัดตั้งบริษัท ไอ-สปอร์ต จำกัด
ปี 2548 - ขยายบริการส่วน BUG 1113 ให้มีความหลากหลาย เพื่อให้บริการเสริมต่างๆ ได้มากขึ้น และพัฒนาระบบและ Application ที่มีความซับซ้อนและมีลักษณะเฉพาะตัวมากขึ้น เพื่อให้เกิดความคล่องตัว และประสิทธิภาพในการพัฒนาและดูแล Application รวมถึงการให้บริการ BUG 1113
ปี 2549 - เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท สามารถ มัลติมีเดีย จำกัด (เดิมชื่อบริษัท สามารถ อินโฟ มีเดีย จำกัด) โดยซื้อหุ้นสามัญจากผู้ถือหุ้นเดิม ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 96.5 เป็นร้อยละ 99.99
- ในเดือนกุมภาพันธ์ 2549 TM International Sdn Bhd. (“TMI”) บริษัทย่อยที่ถือหุ้นเต็มจำนวนโดย Telekom Malaysia Berhad (“TM”) ได้ซื้อหุ้นสามัญของบริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24.42 จากบริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้บริษัทสามารถขยายฐานการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทสู่ตลาดต่างประเทศที่ TM มีโครงข่ายการให้บริการ
- ขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศโดยจัดตั้งบริษัทใหม่ในประเทศอินโดนีเซียและฮ่องกง เพื่อ รองรับการขยายตัวทางธุรกิจ
ปี 2550 - จัดตั้งบริษัท เบรนซอร์ซ จำกัด เพื่อทำการวิจัยและพัฒนาระบบต่างๆ สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ ภายใต้เงื่อนไขการสนับสนุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าและภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี โดยมีทุนจดทะเบียน
1 ล้านบาท และบริษัทถือหุ้นเต็มจำนวน
- บริษัท ไอ-โมบาย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้จัดตั้งบริษัทใหม่ชื่อบริษัท ไอ-โมบาย อินเตอร์เทรด จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออกผลิตภัณฑ์ของบริษัท โดยมีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท และบริษัทถือหุ้นเต็มจำนวน
ปี 2551 - เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 บริษัทได้เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นสามัญจากมูลค่าหุ้นละ 1 บาท เป็นมูลค่าหุ้นละ 0.10 บาท เพื่อให้เกิดสภาพคล่องในการซื้อขายมากยิ่งขึ้นเนื่องจากราคาหุ้นของบริษัทอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับหุ้นอื่นที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน และเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 14 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 430 ล้านบาท เป็น 444 ล้านบาท เพื่อรองรับการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เสนอขายแก่กรรมการบริษัท และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย
- เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2551 ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทมีมติอนุมัติให้บริษัทย่อยจัดตั้งบริษัทในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสำนักงานตัวแทนในประเทศอินเดีย ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการตามที่ได้รับอนุมัติ
- ในเดือนธันวาคม 2551 สายธุรกิจมัลติมีเดียได้ขยายธุรกิจสู่ตลาดโหราศาสตร์แบบครบวงจรโดยสร้างแบรนด์ HoroWorld เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโหราศาสตร์และการพยากรณ์ รวมทั้งให้บริการด้านการเรียนการสอนในศาสตร์ดังกล่าว ให้บริการดูดวงสดแบบตัวต่อตัวที่ร้าน HoroWorld ศูนย์การค้าเอสพลานาด และผ่านเว็บแคมที่เว็บไซต์ www.HoroWorld.com
ปี 2552 - ในเดือนธันวาคม 2552 ขยายสายธุรกิจให้บริการขายต่อบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (MVNO) โดยบริษัทได้ซื้อบริการสำเร็จรูป (เลขหมายและ Airtime) จากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เพื่อนำมาให้บริการต่อภายใต้แบรนด์ของบริษัทเอง ซึ่งบริษัทจัดจำหน่ายผ่านช่องทางร้านค้าปลีกของบริษัท ตัวแทนจำหน่าย และจัดตั้งหน่วยงานขายตรง โดยเน้นการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดทั้งกิจกรรม Above the line และ Below the line เพื่อนำเสนอบริการให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้บริการเป้าหมายให้มากที่สุด ในขณะที่ผู้ให้บริการโครงข่ายมีหน้าที่ในการจัดหา SIM Card ให้กับบริษัท บริหารจัดการเครือข่าย และสนับสนุนทางธุรกิจ